ถามสั้น ๆ ว่า วัคซีนเอชไอวี วิจัยถึงไหนแล้ว คำตอบ ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 คือยังไม่มีวัคซีนที่พิสูจน์แล้วว่าป้องกันเอชไอวีได้ออกมาให้ใช้ และการทดลองที่เพิ่งเริ่มในรอบปีที่ผ่านมายังอยู่ในระยะที่ 1 ซึ่งเป็นขั้นดูความปลอดภัยและการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน บทความนี้อ้างเฉพาะเอกสารทางการ

วัคซีนเอชไอวี วิจัยถึงไหนแล้ว ในปี 2569

เอกสารข้อเท็จจริงเรื่องเอชไอวีและเอดส์ขององค์การอนามัยโลก ฉบับ 27 กรกฎาคม 2569 ระบุวิธีลดความเสี่ยงการรับเชื้อเป็นรายการ ได้แก่ ถุงยางอนามัย การตรวจเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การขลิบในผู้ชาย บริการลดอันตรายสำหรับผู้ที่ใช้ยาด้วยวิธีฉีด และเพร็พ ในรายการนั้นไม่มีวัคซีน

ฝั่งงานวิจัย บทความของ IAVI องค์กรวิจัยไม่แสวงกำไรระดับโลก เผยแพร่เมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 ระบุว่าการทดลองที่เพิ่งเริ่มในรอบปีมีสามโครงการ และเป็นระยะที่ 1 ทั้งหมด พร้อมเขียนว่างานด้านนี้ถูกกระทบจากการตัดงบประมาณ ความคืบหน้าที่บทความนี้ยืนยันได้จึงหยุดที่วันดังกล่าว ถ้าอ่านช้ากว่านี้ควรเปิดหน้าทางการซ้ำ

RV144 การทดลองในไทยที่ยังเป็นหมุดหมายของโลก

เรื่องนี้มีที่ทางของไทยอยู่ตรงกลาง โครงการวิจัยเอชไอวีของกองทัพสหรัฐ (MHRP) อธิบายว่า RV144 นำโดยกองทัพบกสหรัฐ ดำเนินการโดยกระทรวงสาธารณสุขของไทย มีอาสาสมัครกว่า 16,000 คน ใช้สูตรกระตุ้นด้วย ALVAC แล้วเสริมด้วย AIDSVAX B/E ออกแบบจากสายพันธุ์ที่พบบ่อยในไทย

ผลที่ประกาศในปี 2552 พบว่าสูตรนี้ปลอดภัยและได้ผลพอประมาณ คือลดอัตราการรับเชื้อได้ 31.2% โดยมีผู้รับเชื้อ 51 คนในกลุ่มวัคซีน เทียบกับ 74 คนในกลุ่มยาหลอก (p=0.04) บทความทบทวนในวารสาร Vaccines เดือนมิถุนายน 2568 ระบุตัวเลขเดียวกัน พร้อมช่วงความเชื่อมั่น 95% ที่ 1.1–52.1 ที่ 42 เดือน

หน้าเว็บของ MHRP ที่เปิดอ่านเมื่อ 26 กันยายน 2569 ระบุว่า RV144 เป็นการทดลองวัคซีนเอชไอวีรายการเดียวจนถึงปัจจุบันที่แสดงผลป้องกันได้ และอ้างรายงานปี 2555 ว่าประสิทธิผลสะสมพุ่งขึ้นใน 12 เดือนแรกที่ราว 60.5% แล้วลดลงเร็ว โจทย์จึงไม่ใช่แค่ทำให้ภูมิขึ้น แต่ต้องอยู่ได้นานพอ

Quicky

ทำไมวัคซีนเอชไอวีจึงยากกว่าวัคซีนของโรคอื่น

บทความทบทวนในวารสาร Vaccines สรุปอุปสรรคไว้หลายข้อ ข้อแรกคือเอชไอวีไม่กระตุ้นภูมิคุ้มกันแบบที่กำจัดเชื้อได้เองตามธรรมชาติ จึงไม่มีคนที่หายเองให้ลอกแบบ ต่างจากวัคซีนหลายชนิดที่เลียนแบบภูมิของคนที่หายป่วย

ข้อถัดมาคือความหลากหลายทางพันธุกรรมและการกลายพันธุ์ที่สูงมาก วัคซีนรุ่นแรก ๆ สร้างแอนติบอดีที่จับไวรัสได้แต่ลบล้างฤทธิ์ไม่กว้างพอ ส่วนกลุ่มที่ใช้ไวรัสพาหะกระตุ้นทีเซลล์ได้ดีแต่ขาดแอนติบอดีเสริม อีกข้อคือวัคซีนที่ฉีดมักกระตุ้นภูมิที่เยื่อบุอวัยวะเพศได้ไม่ดี ทั้งที่จุดนั้นคือด่านแรกของการรับเชื้อ

การทดลองใหญ่ที่ไม่ได้ผล บอกอะไรกับเรา

หลัง RV144 มีการทดลองขนาดใหญ่อีกหลายรายการที่ไม่ผ่านด่านประสิทธิผล บทความทบทวนใน Vaccines เล่าว่า Imbokodo หรือ HVTN 705 รับอาสาสมัครหญิงในแอฟริกาตอนใต้ 2,636 คนที่มีโอกาสสัมผัสเชื้อสูง ผลคือปลอดภัยและกระตุ้นภูมิได้ แต่ป้องกันได้เพียง 14% (95% CI -22 ถึง 40 · p=0.40) ไม่ต่างจากยาหลอก

ส่วน Mosaico หรือ HVTN 706 เป็นระยะที่ 3 เริ่มปี 2562 ผู้เข้าร่วมราว 3,900 คน เป็นชายซิสเจนเดอร์และคนข้ามเพศที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย ในสหรัฐอเมริกา ละตินอเมริกา และยุโรป เดือนมกราคม 2566 การวิเคราะห์ระหว่างทางพบว่าผู้รับเชื้อสองกลุ่มแทบไม่ต่างกัน จึงยุติโดยไม่พบประเด็นความปลอดภัย

การทดลอง ช่วงเวลา (พ.ศ.) ผู้เข้าร่วม ผลที่รายงาน
RV144 (ไทย) ประกาศผล 2552 อาสาสมัครกว่า 16,000 คน ลดการรับเชื้อ 31.2% (95% CI 1.1–52.1) ที่ 42 เดือน
HVTN 702 ยุติการฉีดต้นปี 2563 ผู้ใหญ่ที่ผลเป็นลบ 5,404 คน ไม่พบผลป้องกัน จึงยุติ
Imbokodo (HVTN 705) 2560–2564 หญิง 2,636 คน ป้องกัน 14% (95% CI -22 ถึง 40)
Mosaico (HVTN 706) 2562–2566 ราว 3,900 คน ชายซิสและคนข้ามเพศ ยุติ ม.ค. 2566 ไม่พบผลป้องกัน
AMP (HVTN 703/704) 2559–2564 ผู้ใหญ่ทั่วไป ระยะ 2b ให้แอนติบอดี VRC01 ไม่ใช่วัคซีน ไม่ลดการรับเชื้อโดยรวม ได้ผล 75% เฉพาะไวรัสที่ไวต่อ VRC01

แถวสุดท้ายไม่ใช่วัคซีน แต่เป็นเบาะแสว่าถ้าแอนติบอดีตรงกับไวรัสที่เจอ การป้องกันเกิดขึ้นได้

งานวิจัยรุ่นใหม่ใช้แนวคิดอะไร

แนวคิดหนึ่งที่งานรุ่นใหม่ของ IAVI ใช้คือ germline targeting หรือการเล็งไปที่เซลล์ตั้งต้น คือออกแบบแอนติเจนเป็นชุดต่อเนื่อง เพื่อค่อย ๆ ชักนำบีเซลล์ที่หายากให้สร้างแอนติบอดีที่ลบล้างฤทธิ์ได้กว้าง ครอบคลุมหลายสายพันธุ์

ข่าวเป็นทางการล่าสุดของแนวนี้คือประกาศของ IAVI เมื่อ 6 มกราคม 2569 ว่าการทดลอง IAVI G004 ฉีดเข็มแรกเมื่อ 15 ธันวาคม 2568 ที่เมืองโซเวโต แอฟริกาใต้ เป็นระยะที่ 1 ในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่ไม่มีเชื้อ 96 คน ใน 6 ศูนย์วิจัย ใช้แอนติเจนสามชนิดของ IAVI กับ Scripps Research ส่งผ่านแพลตฟอร์ม mRNA ของ Moderna ไล่ขนาดยาจากน้อยไปมากเพื่อหาขนาดต่ำสุดที่ยังกระตุ้นภูมิได้ และลดผลข้างเคียงทางผิวหนังแบบที่พบใน G002

บทความวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เล่าถึงอีกสองโครงการ คือ IAVI C114 เริ่มสิงหาคม 2568 ทดสอบวัคซีนที่ออกแบบให้กระตุ้นทีเซลล์ ศึกษาทั้งในผู้มีเชื้อเอชไอวีและผู้ที่ไม่มีเชื้อ และ BRILLIANT 011 เริ่มมกราคม 2569 ในแอฟริกาใต้ ซึ่งเดิมวางแผนหลายประเทศแต่ลดขนาดเพราะขาดทุนสนับสนุน

ตรงนี้คือจุดที่ข่าวมักถูกอ่านเกิน ระยะที่ 1 ตอบเรื่องความปลอดภัย ขนาดที่เหมาะสม และการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน ยังไม่ใช่การพิสูจน์ว่าป้องกันการรับเชื้อได้ ถ้าพาดหัวบอกว่าวัคซีนเอดส์สำเร็จแล้ว ให้ย้อนดูว่าเป็นผลระยะไหน

ภาพสรุปวิธีป้องกันเอชไอวีที่มีใช้แล้ว ได้แก่ ถุงยาง การตรวจ การขลิบชาย บริการลดอันตราย และเพร็พ (PrEP)

Love2Test — จองตรวจฟรี

ระหว่างที่ยังไม่มีวัคซีน ป้องกันเอชไอวีด้วยอะไร

องค์การอนามัยโลกระบุว่าเพร็พเป็นทางเลือกที่เพิ่มเข้ามา รูปแบบที่แนะนำมีชนิดกินที่มีทีโนโฟเวียร์เป็นฐาน วงแหวนสอดช่องคลอดที่มีดาพิวิรีน และยาฉีดออกฤทธิ์ยาวคาโบทิกราเวียร์กับเลนาคาพาเวียร์ นี่เป็นคำแนะนำระดับโลก ส่วนรูปแบบที่เปิดให้บริการจริงในไทยแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน ควรถามหน่วยบริการที่จะไปใช้ อ่านต่อว่าเพร็พเหมาะกับใครได้ที่ รู้จักเพร็พ ยาป้องกันเอชไอวีก่อนสัมผัสเชื้อ ใครควรใช้บ้าง

ฝั่งไทย แผนภาพที่ 3.1 ในแนวทางการจัดบริการยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2568 วางไว้ว่า ถ้าเสี่ยงครั้งล่าสุดภายใน 72 ชั่วโมง ให้รับ PEP ตามคำแนะนำของประเทศ เมื่อครบ 28 วันจึงตรวจเอชไอวีและตรวจทางห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง ถ้าเกิน 72 ชั่วโมงให้ตรวจก่อน ผลลบจึงเริ่มเพร็พ อ่านต่อได้ที่ PEP ยาป้องกันเอชไอวีหลังเสี่ยง ต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมง

อีกเครื่องมือที่มีอยู่แล้วคือการรักษา องค์การอนามัยโลกระบุว่าผู้ที่รับยาต้านไวรัสและตรวจไม่พบไวรัสในเลือดจะไม่ถ่ายทอดเชื้อให้คู่ทางเพศสัมพันธ์ และย้ำว่าเอชไอวียังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่ยาต้านไวรัสทำให้อยู่กับเชื้อได้อย่างมีสุขภาพดี อ่านต่อได้ที่คลังความรู้เรื่องยาต้านไวรัสของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)

คำถามที่พบบ่อย

วัคซีนเอชไอวีต่างจากเพร็พอย่างไร

เพร็พคือยาต้านไวรัสที่ผู้ไม่มีเชื้อใช้เพื่อลดโอกาสรับเชื้อ ต้องใช้ต่อเนื่องตามรูปแบบที่เลือก ส่วนวัคซีนมีเป้าหมายให้ร่างกายสร้างภูมิของตัวเองไว้ล่วงหน้า ความต่างคือเพร็พใช้ได้แล้ว ส่วนวัคซีนยังอยู่ในขั้นวิจัย

ตอนนี้มีการทดลองวัคซีนเอชไอวีในประเทศไทยหรือไม่

แหล่งที่บทความนี้เปิดอ่านระบุที่ตั้งของ IAVI G004 และ BRILLIANT 011 ไว้ในแอฟริกาใต้ ส่วน IAVI C114 ระบุเพียงว่านำโดยทีมวิจัยในแอฟริกา ไม่พบประกาศการทดลองในไทย ซึ่งไม่ได้แปลว่าไม่มีโครงการใดในไทย เพียงแต่ยืนยันจากเอกสารชุดนี้ไม่ได้ หากสนใจเข้าร่วม ควรถามสถาบันวิจัยหรือโรงพยาบาลที่ทำงานด้านนี้โดยตรง

มีวัคซีนสำหรับผู้มีเชื้อเอชไอวีอยู่แล้วหรือไม่

มีการทดลองที่ศึกษาในผู้มีเชื้อด้วย เช่น IAVI C114 แต่ยังเป็นระยะที่ 1 จึงยังไม่ใช่วิธีรักษา และไม่ได้ใช้แทนยาต้านไวรัสในปัจจุบัน

แชทปรึกษา Love2Test

สรุป

คำตอบของคำถามที่ว่า วัคซีนเอชไอวี วิจัยถึงไหนแล้ว ในวันที่ 26 กันยายน 2569 คือยังอยู่ในการทดลองระยะแรกในคน ยังไม่มีวัคซีนที่พิสูจน์ผลป้องกันแล้วให้ใช้ RV144 ในไทยยังเป็นการทดลองเดียวที่เคยแสดงผลป้องกันได้ตามข้อมูลของ MHRP แต่ตัวเลข 31.2% และการที่ผลตกเร็วบอกว่ายังไม่พอ

ระหว่างรอ เครื่องมือที่ใช้ได้จริงวันนี้มีครบแล้ว ทั้งถุงยางอนามัย การตรวจสม่ำเสมอ เพร็พ ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อภายใน 72 ชั่วโมงและกินให้ครบ 28 วัน และการรักษาด้วยยาต้านไวรัส ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรใช้อะไร ลองไปคุยกับหน่วยบริการสักครั้ง ไม่มีใครต้องอธิบายชีวิตตัวเองเพื่อขอตรวจ และรู้ผลเร็วย่อมมีทางเลือกมากกว่า

แหล่งอ้างอิง