ออรัลเซ็กซ์มีความเสี่ยงต่อเอชไอวีต่ำมากเมื่อเทียบกับเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักหรือทางช่องคลอด แต่ความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นไม่ได้ต่ำตามไปด้วย และหลายโรคในกลุ่มนั้นมักไม่มีอาการที่คอเลย บทความนี้แยกสองเรื่องนี้ออกจากกัน แล้วบอกว่าตรวจอะไรและตรวจตรงไหน [1]
ออรัลเซ็กซ์ เสี่ยงเอชไอวีแค่ไหนเมื่อเทียบกับช่องทางอื่น
พอร์ทัลข้อมูลเอชไอวีของรัฐบาลสหรัฐ HIV.gov เขียนไว้ว่าออรัลเซ็กซ์มีความเสี่ยงต่ำมากถึงไม่มีความเสี่ยงต่อการรับหรือถ่ายทอดเอชไอวี และอธิบายต่อว่าในทางทฤษฎีเป็นไปได้ถ้าฝ่ายที่มีเชื้อหลั่งในปากของคู่
หน้าเดียวกันกำกับขนาดของความเสี่ยงไว้เองว่า แม้จะมีปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยง ความเสี่ยงก็ยังต่ำมาก และต่ำกว่าเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักหรือทางช่องคลอดอย่างชัดเจน หน้าเดียวกันยังระบุว่าทางทวารหนักเสี่ยงกว่าทางช่องคลอด คำกำกับชุดนี้สำคัญ เพราะทั้งคนที่กังวลเกินและคนที่ไม่กังวลเลย มักได้ยินแค่ครึ่งเดียว
อีกเรื่องที่หน้าเดียวกันเขียนไว้คือ ผู้ที่รับการรักษาจนปริมาณไวรัสอยู่ในระดับตรวจไม่พบ จะไม่ถ่ายทอดเอชไอวีให้คู่ที่ไม่มีเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ส่วนกรณีที่ไม่รู้สถานะของคู่ ก็ยังเป็นกรณีที่ประเมินจากข้อมูลไม่ครบ
โรคอื่นที่ติดได้ง่ายกว่าเอชไอวี และมักไม่มีอาการ
เอกสารข้อเท็จจริงเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ขององค์การอนามัยโลก ฉบับปรับปรุง 10 กันยายน 2568 ระบุว่าโรคกลุ่มนี้ติดต่อผ่านเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และทางปาก โดยไม่ได้แยกว่าทางปากเสี่ยงน้อยกว่าในทุกโรค
เอกสารเดียวกันระบุว่าทุกวันมีการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่รักษาหายขาดได้มากกว่าหนึ่งล้านครั้งทั่วโลกในคนอายุ 15 ถึง 49 ปี และส่วนใหญ่ของจำนวนนั้นไม่มีอาการ ประโยคนี้เป็นหัวใจของเรื่อง เพราะการรอให้มีอาการก่อนไปตรวจจึงพลาดได้ง่าย
ฝั่งที่คอมีข้อมูลเฉพาะอยู่ แนวทางโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของออสเตรเลียเขียนว่าการติดเชื้อหนองในแท้ที่ทวารหนักและที่คอหอย ไม่มีอาการในคนส่วนใหญ่ เอกสารเดียวกันยังเขียนว่าคอหอยเป็นตำแหน่งที่มีโอกาสเกิดการรักษาไม่สำเร็จมากที่สุด โดยให้เหตุผลสองข้อ คือการที่แบคทีเรียแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมที่ทำให้ดื้อยากันได้ และการที่ยาซึมเข้าถึงเยื่อบุคอหอยได้น้อยกว่า
เรื่องนี้สอดคล้องกับที่องค์การอนามัยโลกเขียนไว้ว่าการดื้อยาต้านจุลชีพของโรคกลุ่มนี้ โดยเฉพาะหนองในแท้ เพิ่มขึ้นเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และทำให้ทางเลือกการรักษาลดลง เรื่องหนองในแท้โดยเฉพาะ เราเขียนแยกไว้ที่ หนองในแท้ อาการ วิธีรักษา และการลดความเสี่ยงติดซ้ำ
อะไรทำให้ความเสี่ยงขึ้นหรือลง
HIV.gov ระบุปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของการถ่ายทอดเอชไอวีทางปากไว้สี่อย่าง และกำกับไว้พร้อมกันว่าแม้มีปัจจัยเหล่านี้ ความเสี่ยงก็ยังต่ำมาก
- แผลในปาก
- เหงือกที่มีเลือดออก
- แผลที่อวัยวะเพศ
- การมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นอยู่
ฝั่งที่ลดความเสี่ยง หน้าเดียวกันระบุถุงยางอนามัยและยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อหรือเพร็พไว้เป็นวิธีป้องกัน และระบุเรื่องการรักษาจนตรวจไม่พบไว้ด้วย
ส่วนฝั่งโรคอื่น องค์การอนามัยโลกเขียนว่าถุงยางที่ใช้ถูกวิธีและใช้สม่ำเสมอเป็นวิธีป้องกันที่ได้ผลที่สุดวิธีหนึ่ง และกำกับไว้ว่าไม่ได้ป้องกันโรคที่ทำให้เกิดแผลนอกบริเวณที่ถุงยางคลุม โดยยกซิฟิลิสและเริมที่อวัยวะเพศเป็นตัวอย่าง
สิ่งที่ไม่มีเอกสารฉบับไหนในชุดนี้ให้ไว้คือตัวเลขความเสี่ยงต่อครั้งของออรัลเซ็กซ์ เราจึงไม่ใส่ตัวเลขให้ และไม่แปลงคำว่าต่ำมากเป็นเปอร์เซ็นต์
ลดความเสี่ยงได้ด้วยอะไร
หน้าเรื่องถุงยางอนามัยของบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษระบุว่าถุงยางใช้ได้กับเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และทางปาก จึงเป็นทางเลือกที่มีอยู่จริงสำหรับออรัลเซ็กซ์ แม้คนส่วนใหญ่จะไม่ใช้
นอกจากถุงยาง สิ่งที่ทำได้มีสามข้อ ข้อแรกคือหลีกเลี่ยงช่วงที่มีแผลในปากหรือเหงือกมีเลือดออก เพราะเป็นปัจจัยที่ HIV.gov ระบุไว้ ข้อที่สองคือตรวจตามรอบ เพราะโรคส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ข้อที่สามคือรู้สถานะของตัวเองและคุยกับคู่ตรง ๆ
เรื่องวัคซีน องค์การอนามัยโลกระบุว่ามีวัคซีนที่ปลอดภัยและได้ผลสูงสำหรับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากไวรัสสองโรค คือไวรัสตับอักเสบบีและเอชพีวี ซึ่งเป็นสองโรคที่การป้องกันทำได้ล่วงหน้า ส่วนจะฉีดได้เมื่อไรและเข้าเกณฑ์ไหม เป็นเรื่องที่ถามเจ้าหน้าที่ที่คลินิก
ถ้าเกิดเหตุที่กังวลและเป็นเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักหรือทางช่องคลอดโดยไม่มีอะไรกั้น ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อหรือเป๊ปมีกรอบเวลาเริ่มภายใน 72 ชั่วโมง และถ้าได้เริ่มแล้วต้องกินให้ครบ 4 สัปดาห์ตามที่หน่วยบริการกำหนด การประเมินว่าเหตุนั้นเข้าเกณฑ์หรือไม่เป็นงานของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ของเราที่ประเมินเอง
ตรวจอะไร ตรวจตรงไหน และบ่อยแค่ไหน
จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือไปตรวจแล้วเก็บตัวอย่างไม่ครบตำแหน่ง แนวทางโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของออสเตรเลียเขียนว่าการตรวจที่คอแนะนำสำหรับผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายทุกคน และสำหรับใครก็ตามที่มีคู่หลายคน และระบุว่าตัวอย่างจากคอหอยเก็บด้วยการป้ายส่งตรวจด้วยวิธีขยายสารพันธุกรรม โดยอาจเพาะเชื้อร่วมด้วย
เอกสารเดียวกันระบุการเก็บตัวอย่างจากทวารหนักไว้สำหรับผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายทุกคน และสำหรับผู้ที่มีอาการบริเวณนั้น และระบุว่าในผู้ที่ไม่มีอาการ การป้ายทวารหนักด้วยตัวเองหรือโดยผู้ให้บริการก็เพียงพอ
ด้านความถี่ องค์การอนามัยโลกเขียนไว้ว่าการคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ไม่มีอาการ แนะนำในประชากรและบริบทที่กำหนดเป็นลำดับความสำคัญ โดยยกตัวอย่างไว้ เช่น พนักงานบริการ ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย วัยรุ่นในพื้นที่ที่มีโรคชุก และหญิงตั้งครรภ์ เอกสารนี้ไม่ได้ให้รอบเวลาเป็นตัวเลขกับทุกกลุ่ม จึงเป็นเรื่องที่ตกลงกับหน่วยบริการ
สิ่งที่ควรบอกเจ้าหน้าที่ตอนไปตรวจคือช่องทางที่ใช้จริง เพราะชุดตัวอย่างที่เก็บขึ้นกับข้อมูลนั้น รายละเอียดว่าควรตรวจอะไรบ้างและบ่อยแค่ไหน เราเขียนแยกไว้ที่ ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรตรวจอะไรบ้างและบ่อยแค่ไหน ภาพรวมของโรคกลุ่มนี้ มูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation) รวมไว้ในหน้า STI: รู้ทัน ตรวจเป็น และรักษาได้
คำถามที่พบบ่อย
แปรงฟันก่อนหรือหลังช่วยลดความเสี่ยงไหม
เอกสารที่เราเปิดอ่านไม่ได้พูดถึงการแปรงฟันเลย สิ่งที่พูดถึงคือเหงือกที่มีเลือดออกเป็นปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยง การทำให้เหงือกมีเลือดออกก่อนจึงไม่ใช่ทางที่สมเหตุผล แต่เราไม่มีข้อมูลยืนยันว่าการแปรงฟันช่วยหรือไม่ช่วย
ไม่หลั่งในปากแล้วไม่เสี่ยงเลยใช่ไหม
HIV.gov อธิบายความเป็นไปได้ในทางทฤษฎีผ่านกรณีที่มีการหลั่งในปาก แต่ความเสี่ยงที่หน้านั้นให้ไว้สำหรับออรัลเซ็กซ์โดยรวมคือต่ำมากถึงไม่มี ส่วนโรคอื่นในกลุ่มนี้ติดต่อทางปากได้โดยไม่ขึ้นกับการหลั่ง ตามที่องค์การอนามัยโลกระบุช่องทางไว้
คอเจ็บหลังออรัลเซ็กซ์ แปลว่าติดโรคแล้วไหม
บอกไม่ได้จากอาการ เพราะแนวทางของออสเตรเลียระบุว่าการติดเชื้อหนองในแท้ที่คอหอยไม่มีอาการในคนส่วนใหญ่ และคออักเสบมีได้จากหลายสาเหตุ ทางที่ได้คำตอบคือไปตรวจ
ถ้ารักษาที่คอแล้ว ต้องตรวจซ้ำไหม
แนวทางของออสเตรเลียเขียนว่าคอหอยเป็นตำแหน่งที่มีโอกาสรักษาไม่สำเร็จมากที่สุด การติดตามผลจึงเป็นเรื่องที่ควรถามหน่วยบริการที่รักษาให้ ไม่ใช่เรื่องที่สรุปเองว่าหายแล้ว และไม่ควรใช้ยาที่เหลือจากครั้งก่อนซ้ำ
คู่ของเราต้องไปตรวจด้วยไหม
ควรคุยกัน เพราะโรคกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่มีอาการตามที่องค์การอนามัยโลกระบุ การที่คู่ไม่มีอาการจึงไม่ใช่หลักฐานว่าไม่มีเชื้อ ส่วนการดูแลคู่เป็นเรื่องที่หน่วยบริการจะแนะนำตามกรณี
สรุป
ออรัลเซ็กซ์มีความเสี่ยงต่อเอชไอวีต่ำมากตามที่ HIV.gov เขียนไว้ และต่ำกว่าทางทวารหนักหรือทางช่องคลอดอย่างชัดเจน แต่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นติดต่อทางปากได้ และส่วนใหญ่ไม่มีอาการ โดยเฉพาะที่คอหอยซึ่งแนวทางของออสเตรเลียระบุว่าเป็นตำแหน่งที่รักษาไม่สำเร็จได้มากที่สุด สิ่งที่ลดความเสี่ยงได้คือถุงยางซึ่งใช้กับทางปากได้ การเลี่ยงช่วงที่มีแผลในปากหรือเหงือกมีเลือดออก
และการตรวจตามรอบโดยไม่รอให้มีอาการ สิ่งที่ทำได้วันนี้คือบอกเจ้าหน้าที่ว่าใช้ช่องทางไหนจริง เพราะตัวอย่างที่เก็บขึ้นกับข้อมูลนั้น
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- HIV.gov: เอชไอวีถ่ายทอดทางใดได้บ้าง
- องค์การอนามัยโลก: เอกสารข้อเท็จจริงเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (ปรับปรุง 10 กันยายน 2568)
- แนวทางโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของออสเตรเลีย: บทโรคหนองในแท้
- บริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ: ถุงยางอนามัยแบบสวม
อ้างอิงตามข้อความที่ตรวจทาน
ตรวจทานและปรับปรุงเนื้อหา: 14 ตุลาคม 2569


